ประสบการณ์สวดธัมมจักฯ
ของคุณมาลี ช่างงาม
(รวม 247 จบ เมื่อวันที่ 19/08/2559)



      กัลฯมาลี ช่างงาม อายุ 48 ปี เป็นชาวจังหวัดพะเยา มาอยู่โครงการธุดงค์รักษ์วัด ได้ 3 เกือบเดือนกว่า แล้ว... 




      คุณป้าได้เริ่มสวดบทธัมมจักฯ มาตั้งแต่ ปี 2554 ในช่วงเริ่มมีโครงการเดินธุดงค์สมัยครั้งแรกๆ ด้วยเหตุที่ว่า อยากที่จะฝึกสวดมนต์ เพราะไม่เคยสวดมนต์มาก่อน และเห็นว่าบทสวดธัมมจักฯนี้เป็นบทที่ดีจึงอยากสวด จึงเริ่มสวดตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา





       ตอนนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เริ่มโครงการสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 2 ล้านจบ คุณป้ามาลี ก็ได้มาร่วมสวดเป็นประจำที่หน้ามหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งปกติ ถ้าไม่ติดภารกิจใดๆ จะสวดอยู่ที่ประมาณ 10-20 จบเป็นประจำ  



       เมื่อสวดบทธัมมจักฯ จะมีความรู้สึก มีความสุขมากๆ จากภายใน ระหว่างสวดก็รู้สึกขนลุก บอกไม่ถูกเลยทีเดียว ระหว่างสวดนั้น ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ซึ่งโดยปกติแล้วคนทั่วไป เมื่อสวดเพียง 2-3 จบ ก็จะรู้สึกเหนื่อยและเมื่อยแล้ว แต่คุณป้าก็ได้บอกเคล็ดลับวิธีการสวดว่า     ป้าเปล่งเสียงสวดมนต์ออกมาจากศูนย์กลางกาย " ซึ่งถูกหลักวิชชา ตามที่หลวงพ่อท่านได้สอนไว้




       อานิสงส์ที่คุณป้าการสวดธัมมจักฯนั้น เวลาอธิษฐานจิตขออะไร ก็สำเร็จได้ง่ายๆ เป็นอัศจรรย์ ทำให้ลูกๆของป้า ชอบที่จะมาขอให้ป้า ช่วยอธิษฐานให้ ซึ่งก็สำเร็จได้ด้วยความอัศจรรย์ คุณป้าจะสอนลูกๆว่า ลูกๆต้องทำเองนะ ให้สวดมนต์และอธิษฐานจิตเอง เพราะจะส่งผลเร็วกว่าและลูกๆของคุณป้าก็จะได้ซึมซับธรรมะไปด้วย

      นอกจากนั้น ตอนระหว่างที่ป้าได้นั่งสมาธิอยู่ในห้องแก้วสารพัดนึก ระหว่างหลับตานั่งสมาธิอยู่นั้น ในความนิ่ง ก็มีเสียงสวดมนต์ เป็นเสียงธัมมจักฯ ออกมาจากกลางท้อง ทำให้รู้สึกมีความสุขมากๆ เลย



     คุณป้ายังคงที่จะอยู่โครงการรักษ์วัดต่อไป และยังคงมาสวดธัมมจักฯ และจะสวดต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบสองล้านจบ ตามนโยบายที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านได้ให้ไว้กับลูกๆ และหลังจากสวดธัมมจักฯเสร็จทุกครั้ง คุณป้าก็จะถวายบุญให้กับหลวงพ่อทุกครั้ง ยิ่งสวดก็ยิ่งปลื้ม ยิ่งสวดก็เหมือนยิ่งได้ถวายบุญให้หลวงพ่อมากขึ้น



     สุดท้ายนี้ แอดมิน อยากขอเชิญชวน ชาวพุทธฯผู้มีบุญทั่วโลก ได้มาสวดธัมมจักฯ ที่หน้าพระมหาธรรมกายเจดีย์ กันเยอะๆ เราจะได้เป็นผู้สถาปนาโครงการสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 1 ล้านจบ ก่อนถึงวันวันธรรมชัย วันที่ 27 สิงหาคม นี้ และสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 2 ล้านจบ ภายในพรรษานี้






 เรามาทบทวนการบ้าน ๑๐ ข้อ ของคุณครูไม่ใหญ่กันนะครับ


1.นำบุญไปฝากคนที่บ้าน
นำ บุญไปฝากคนที่บ้าน หมายถึง การเดินทางกลับบ้านด้วยความสดชื่น ด้วยจิตใจสดใสมีพลัง เต็มเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และความเข้าใจถึงสภาวะในบ้านของตน คนใกล้ชิด อย่างพอคาดคะเนได้ว่าในแต่ละวันจะต้องกลับไปพบกับอะไร ทำให้เกิดภาวะเตรียมตัว เตรียมใจ ห่อหุ้มตนไว้ด้วย สภาวธรรมที่ตนเข้าถึง หรือด้วยอารมณ์สดใสแช่มชื่น อย่างพร้อมที่จะพบกับทุกสิ่งบนพื้นฐานแห่งเมตตาธรรมของตน2. จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ทั้ง นี้เพื่อการพัฒนาที่ต่อเนื่องในเรื่องของการปฏิบัติ การจดบันทึกทำให้เกิดการทบทวน ธรรมะนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งทบทวนยิ่งรู้แจ้ง ยิ่งเกิดบุญ ครั้นเมื่อกลับมาอ่านในตอนเช้า หรือวันต่อไปจะทำให้ธรรมะของเราต่อเนื่องและลุ่มลึก เป็นข้อดีอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดพัฒนาในการปฏิบัติธรรม ทำให้ปรับตนได้ จับอารมณ์ของตัวเองว่าอย่างไรจึงทำให้ธรรมะดี อย่างไรทำให้การปฏิบัติถดถอย หรือละเอียดได้ไม่เท่าเดิม
รายละเอียดเพิ่มเติมข้อที่ 1 และข้อที่ 2 >>>http://goo.gl/xip6Qu


3. ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หมาย ถึง ทุกคืนก่อนล้มตัวลงนอน หรือก่อนเข้านอน หรือเมื่ออยู่ในช่วงเวลาก่อนนอนให้นึกถึงความดีที่ทำมาตลอดวัน ตลอดสัปดาห์ ตลอดเดือน ตลอดปี โดยเริ่มต้นที่บุญหรือความดีที่ประทับใจที่สุดเพื่อให้เกิดปีติ จากนั้นความปีตินั้นก็จะทำหน้าที่ดึงดูดบุญหรือความดีอื่น ๆ โดยอัตโนมัติ หรือทำให้นึกได้อย่างต่อเนื่องจนเกิดความรู้สึกภูมิใจ ปีติใจ ชื่นใจในตนเอง
4.หลับในอู่แห่งทะเลบุญ 
หมาย ถึง การฝึกให้หลับอย่างมีสติ หลับไปในห้วงของความสว่าง ในห้วงของความสงบ หรือหลับไปในปีติหลังจากที่นึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมดแล้ว

รายละเอียดเพิ่มเติมข้อที่ 3 และข้อที่ 4 >>>http://goo.gl/dWdZN3


5.ตื่นในอู่แห่งทะเลบุญ หมายความว่าให้ตื่นในความสว่างไสว ตื่นอย่างสดใส ตื่นอย่างอารมณ์ดี ตื่นอย่างมีสติเตือนตนถึงความดีที่ได้ทำมา
เพื่อเช้าวันใหม่ ชีวิตใหม่จะได้ดีกว่าชีวิตเดิมเมื่อวานนี้ เพื่อการทำงาน ทำความดีได้เต็มที่เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม
6.เมื่อตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระ 1 นาที 

ใน 1 นาทีให้นึกว่าเราโชคดีที่รอดตายมาอีกหนึ่งวันขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข อันตัวเรานั้น ตายแน่ ตายแน่
หมาย ความว่า ทันทีที่เรารู้สึกตัวตื่นขึ้นในเช้าวันใหม่ สิ่งแรกที่เราต้องฝึกคิดถึงเป็นอันดับแรกคือ องค์พระ สัก 1 นาที และใน 1 นาทีนั้นให้เรานึกว่าเราโชคดีที่รอดตายมาได้อีก 1 วัน แล้วแผ่เมตตาขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข อันตัวเรานั้นตายแน่ ตายแน่

ทันที ที่ตื่นในอู่แห่งทะเลบุญได้ย่อมปรารถนาสิ่งที่ดีที่สุดต่อไปในวันนั้น ซึงไม่มีของขวัญสิ่งใดจะมีค่าเท่ากับการให้ "องค์พระ" กับตัวเอง เพราะองค์พระธรรมกาย คือสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์พูนสุขและปลอดภัย สัญลักษณ์แห่งเป้าหมายในการเกิดมา รวมทั้งสัญลักษณ์ของวิธีต่อสู้ที่จะเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง

และด้วย อำนาจแห่งองค์พระท่ามกลางอู่แห่งทะเลบุญของเรานั้น ย่อมมีอำนาจเป็นกระแสแห่งเมตตาธรรมที่เราจะแผ่ออกไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้ง หลายผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย กับเราในห้วงสังสารวัฏนี้ได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเป็นการขอบพระคุณบุญ ขอบพระคุณองค์พระธรรมกายผู้ดูแลรักษาหนทางสายกลางหนทางแห่งทะเลบุญที่ช่วย รักษาชีวิต รักษาลมหายใจไว้ให้เรา ในขณะที่เราหลับสนิทไปในยามค่ำคืน

อีกทั้ง องค์พระธรรมกาย ยังเป็นเสมือนผู้คอยเตือนว่า ตราบใดที่เรายังไม่เป็นพระอรหันต์ ยังไม่ไปพระนิพพาน เราย่อมเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวิสัยแห่งวัฏสงสาร คือเมื่อเกิดแล้ว ย่อมต้องตายในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งมีผลทำให้เราไม่ประมาท มีความคิดที่จะทำดีในชีวิตวันนี้ ชีวิตเฉพาะหน้า เพราะวันข้างหน้านั้นเสี่ยงภัย เนื่องจากเรานี้ตายแน่ ๆ โดยไม่มีโอกาสทราบล่วงหน้าว่าวันไหน

การรำลึกถึงองค์พระธรรมกาย นั้นคือการประกันว่าวันใหม่นี้พระจะคุ้มครอง พระจะนำทางและพระจำนำสิ่งที่ดีมาให้ ชีวิตวันใหม่นี้ย่อมปลอดภัยแน่นอน เพราะพระท่านมานำทางให้ ท่านย่อมทำให้สิ่งร้ายๆ ถอยไกลออกไปด้วยอำนาจแห่งธรรมบารมี
รายละเอียดเพิ่มเติมข้อที่ 5 และข้อที่ 6 >>> http://goo.gl/OWSdfc

7.ทั้งวันให้ทำความรู้สึกว่าตัวเราอยู่ในองค์พระ องค์พระอยู่ในตัวเรา ตัวเราเป็นองค์พระ องค์พระเป็นตัวเรา
หมาย ความถึง การทำใจให้ผูกพันอยู่กับองค์พระ ใจเรากับใจพระจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อชีวิตจะอยู่ในความปลอดภัย ร่างกายจะได้แข็งแรง เพราะการที่ใจอยู่กับพระ กระแสของพระก็จะเข้ามาหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา

การที่เราอยู่ในองค์พระ นั้นแสดงว่าร่างกายของเราอยู่ในพิทักษ์ของท่าน อยู่ในกระแสของพระนิพพานย่อมสดใส ปลอดภัยและแข็งแรง เพราะพระนิพพานนั้นอยู่เหนือภาวะเกิด แก่ เจ็บ ตาย การกระทำเช่นนี้อย่างน้อยก็มีผลให้เราสดใส แข็งแรง หรืออายุยืนขึ้นกว่าควร

การที่ใจเราผูกพันอยู่กับองค์พระย่อมทำให้เราไม่เผลอกระทำการอันไม่ควร หรือด้วยความรู้สึกว่าเราเป็นองค์พระนี่แหละที่จะป้องกันเราพ้นภัย พ้นการประพฤติในสิ่งที่เป็นภัยทั้งกับตนเองและคนอื่นรวมทั้งพระท่านจะดึง ดูดกระแสที่เหมือน ๆ กันกับองค์ท่าน คือ "ความดีงาม" ให้ไหลมาสู่กายและใจของผู้ที่มีจิตผูกพันกับท่านอยู่เป็นนิตย์

ชีวิตของผู้ประพฤติเช่นนี้ จึงมีแต่จะปลอดภัย สดใส เจริญก้าวหน้า และอุดมสมบูรณ์

8.ทุก 1 ชั่วโมง ขอ 1 นาที เพื่อหยุดใจ นึกถึงดวง องค์พระ หรือทำใจนิ่งๆ ว่างๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7
หมาย ความว่า วันทั้งวันที่ไม่ใช่เวลานอนเราจะได้ใกล้ชิดกับพระจริง ๆ ใกล้ชิดกับธรรมะเราเข้าถึงจริง ๆ เพราะในข้อที่ 7 นั้น เป็นการทำได้โดยโครงสร้าง เหมือนการวางตัวไว้ในกรอบเพื่อความไม่ประมาทแต่สำหรับข้อที่ 8 นี้ ถือเป็นการทำให้ละเอียดลงไปอีกขั้นตอนหนึ่ง

เพื่อเป็นการยืนยันว่าในแต่ ละชั่วโมงเรามีบุญหล่อเลี้ยงแน่ๆ และในทุก ๆ ชั่วโมงใจของเรา ชีวิตของเรามีโอกาสเข้าไปต่อเนื่องกับพระนิพพาน ชีวิตในหนึ่งวันทำงานมีบุญของพระนิพพานมาหล่อเลี้ยงตลอดเวลา การทำเช่นนี้ย่อมทำให้นอกจากบุญจะไหลอย่างต่อเนื่องแล้วยังเป็นการเพิ่มบุญ ในแต่ละชั่วโมงอีกด้วย
เพราะการมีชีวิต ทำงาน หรืออยู่กับสิ่งดี ๆไป 1 ชั่วโมงนั้น คือ "การใช้บุญ" ไปแล้ว ดังนั้นการนึกถึงองค์พระทุกหนึ่งชั่วโมงจึงเป็นการประกันว่าบุญที่ใช้ไปนั้น "เราได้หามาทดแทน" หรือหากหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านไปเป็นการสร้างความดี การทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการทำให้บุญยิ่งทับทวีมากมาย

9.ทุก กิจกรรมตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้า อาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหาร ล้างจาน กวาดบ้าน ออกกำลังกาย ขับรถ ทำงาน ให้นึกถึงดวง หรือองค์พระไปด้วย 
หมาย ถึงการทำใจให้จดจ่ออยู่กับธรรมะ อยู่กับศูนย์กลางกาย โดยไม่ต้องเลือกเวลา กิจกรรม หรือสถานที่ ซึ่งบางทีอาจนึกถึงดวง บางครั้งเป็นองค์พระ สลับไปมาก็ไม่เป็นไร จุดมุ่งหมายเพื่อให้ใจจดจ่ออยู่กับธรรมะ กับศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ของตน
การทำการบ้านข้อนี้จะมีผลทำให้ไม่ไป วุ่นวายกับเรื่องที่ไม่ใช่ธุระของตน ทำให้ลดการเกิดวิบาก ลดการกระทำที่อาจทำให้เกิดบาปขึ้นได้ ตรงกันข้ามกลับทำให้บุญไหลมาเทมา ธรรมะสุกใสไปกับวันเวลาและภารกิจการงาน


10.สร้างบรรยากาศให้ดี สดชื่น ด้วยรอยยิ้ม และปิยวาจา หมายความถึงการสร้างสรรค์อารมณ์ที่ดี อารมณ์งดงาม ความสุนทรีให้เกิดในชีวิตและในบรรยากาศโดยรอบ"รอย ยิ้ม" เคยเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล เรียกว่า ยิ้มสยาม แต่นับวันรอยยิ้มของคนไทยเริ่มจางหายไปทุกที ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอีกทั้งสภาวะมลพิษทำให้คนไทยเกิดความเครียดในชีวิต หน้าที่การงาน ครอบครัว ทำให้ไม่มีอารมณ์ยิ้มเหมือนแต่ก่อน เมื่อยิ้มยากขึ้น คำพูดที่ออกมาก็กระด้าง ไม่ไพเราะ หรืออาจจะหยาบคาย ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบยิ่งตึงเครียด และเกิดการกระทบกระทั่งกัน ดังนั้นจึงต้องฝึกสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจาโดยเริ่มที่ตัวเรา เมื่อเราส่งรอยยิ้มและปิยวาจาออกไป คนอื่นก็จะรู้สึกดีและส่งตอบกลับมาผลก็คือเกิดบรรยากาศที่ดีทำให้ใจเราดี ยิ่งขึ้น นุ่มนวลยิ่งขึ้น

-------------------------------------------------
ขอเชิญชวนชาวพุทธทุกท่านสวดธัมมจักฯ
และบันทึกผลสวดมนต์ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่
www.dhammajak1m.org
-------------------------------------------------
แอดมินเชิญสมาชิกทุกๆคน สวดธัมมจักฯและ แผ่เมตตาก่อนนอน


บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระพุทธเจ้าล้านพระองค์


โอวาทนำนั่งสมาธิ แผ่เมตตาก่อนนอน 
https://youtu.be/l7_yUJvYkvw
หรือ
บทแผ่เมตตา อัปปมัญญา
https://youtu.be/N-LMotMHrVE

การแผ่เมตตาจะทำให้เราเป็นที่รักของหมู่มนุษย์และเทวดา ภัยพาลต่างๆและ ศาสตราวุธต่างๆ ทำอันตรายไม่ได้
เมื่อนั่งสมาธิใจจะรวมง่าย เข้าถึงสมาธิได้เร็ว
เหมือนดั่งเรื่อง ท่านกบิลดาบส ท่านแผ่เมตตาก่อนนอนไปยังสี่ทิศทุกคืน เก้ง เสื้อ เมื่อเข้ามาบริเวณที่ท่านอยู่ก็ต่างรักใครกัน ไม่เป็นพิษเป็นภัยกัน เพราะแผ่นดินที่นั่นเป็นแผ่นดินที่สะอาด มีแต่อากาศบริสุทธิ์ เพราะ พลังเมตตาธรรมที่แผ่ออกไปอย่างนั้นทุกทิศทุกทาง
เรื่องราวของกบิลดาบส
http://strikerforpapa.blogspot.com/2016/06/1_16.html



ทำไมไม่ไปสู้คดี???

คนส่วนใหญ่คงคิดว่า ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร?
จะหนีทำไม ทำไมไม่สู้คดี ทำมาเป็นแกล้งป่วยอะดิ


อย่าไปคิดแค่นั้นครับ!! เรื่องมันมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นครับ


คนไทย 99% ไม่เคยรู้มาก่อนว่า
ด้วยอำนาจตามกฎหมายไทย พระสามารถถูกจับสึกก่อน ติดคุกก่อน
ค่อยรอศาลตัดสินได้
ถ้าศาลตัดสินว่าไม่ผิด ถึงค่อยออกจากคุก
(มีตัวอย่าง คือ พระพิมลธรรม เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ โดนจับสึก ติดคุกฟรี 5 ปี)
พรบ.คณะสงฆ์มาตรา 29
พระพิมลธรรม 

นี่จึงเป็นช่องว่าง ให้คนบางกลุ่ม สามารถเล่นพรรคเล่นพวกอาศัยช่วงที่ตนเองมีอำนาจ
ใช้อำนาจตามกฎหมาย รังแกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ด้วยการแค่มีคนไปแจ้งความ
ก็สามารถ ใช้อำนาจตามกฎหมาย
จับเจ้าอาวาสธรรมกาย สึกก่อนติดคุกก่อนได้เลย
โดยที่ยังไม่ต้องพิสูจน์ว่า ผิดหรือถูกชั่วหรือ ดี


เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่บวชมาเกือบครึ่งศตวรรษ(48ปี)
ถ้าที่นี่โดนรังแกได้ง่ายๆ วัดอื่นๆก็ไม่ต้องพูดถึง
ทำไมผมถึงคิดอย่างนี้เพราะ


(VDO กดเล่นได้)

เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้เชิญ DSI ให้เข้าไป
แจ้งข้อกล่าวหาในวัดพระธรรมกายแล้วยังได้ให้
DSI พาแพทย์เข้าไปตรวจพิสูจน์ได้เลย ว่าป่วยหรือไม่ป่วย?
โดยนัดไว้วันที่ 25 พฤษภาคม 59
<<<เจ้าอาวาสเชิญDSI >>>
(VDO กดเล่นได้)

แต่ DSI ไม่เข้าไปพิสูจน์ ครั้นพอนักข่าวถามว่า
ทำไมไม่เข้าไปพิสูจน์ ยังตอบอีกว่า ผมไม่ขอตอบ

<<<หลักฐานจากรอง ผอ.DSI "ผมไม่ขอตอบ">>>
(VDO กดเล่นได้)


มันแปลกมาก ถ้าไม่คิดจะจับเจ้าอาวาสสึก
ทำไมไม่เข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาในวัด ตามที่ท่านเชิญ
แต่พอถึงขั้นตอนออกหมายจับ กลับยกทัพได้ตั้งมากมาย


ตอนเชิญดีๆ ไม่ไป(25 .. 59)
ตอนถึงเวลาจับสึก ยกทัพอย่างกับจับโจรใต้(16 .. 59)
โดยในวันที่ 26 ..  DSI ได้ประกาศชัดแล้วว่า
จะไม่ให้ประกันตัว ถ้าไม่ยอมออกมา

ซึ่งนั่นก็คือ หลังจากนี้ จับสึก ติดคุก ก่อนเลยตามที่คิดไว้เป๊ะ!!

เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยินดีเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
จึงได้เชิญ DSI ให้เข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาท่านในวัด
แต่ ไม่ใช่

ต้องมาถูกจับสึกก่อน เพียงแค่มีคนไปแจ้งความ


คดีนี้ถูกสื่อต่างๆ นำเสนออย่างบิดเบือนไปมาก


ความจริงคือ คุณศุภชัย(อดีตประธานสหกรณ์) บอกว่า
ได้กู้เงินสหกรณ์มาอย่างถูกต้อง นำมาทำบุญและได้คืนเงินสหกรณ์ไปหมดแล้ว
และที่สำคัญคือ ได้เขียนเช็คใส่ซอง โดยยืนเข้าแถวถวายพร้อมๆกับคนจำนวนมาก
ไม่ได้นำมาถวายส่วนตัว


พระพุทธศาสนาจะอยู่อย่างไร ถ้ารับของโยม กลายเป็นรับของโจร ?
นี่จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้พระทั้งประเทศสามารถถูกยัดข้อหารับของโจรได้หมดทุกรูป
เพราะ...พระถามใครไม่ได้อยู่แล้ว ว่า โยมเป็นโจรหรือเปล่า?


<<<ความจริงจากปากหลวงพ่อธัมมชโย>>>
(VDO กดเล่นได้)

ปัจจุบันคุณศุภชัย ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด ฐานยักยอกเงินสหกรณ์
แต่ เป็นส่วนที่นำไปทำธุรกิจ (แต่คืนไปนานแล้ว)
ไม่ใช่ส่วนที่นำมาทำบุญกับวัดพระธรรมกาย
แต่ถูกสื่อนำเสนอให้คนเข้าใจผิด
<<<ความจริงจากปากอดีตประธานสหกรณ์>>>
(VDO กดเล่นได้)


ปลพุทธอิสระเดินเกมส์ วางอำนาจ ไล่บี้ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายทุกวิถีทาง เห็นถึงสัญลักษณ์ของอำนาจแห่งความยุติธรรมในทันทีเลยนะครับ


มลรัฐเท็กซัส เมืองที่ใหญ่กว่าประเทศไทย 
กับการสวดธัมมจักฯ ที่มากที่สุดในทวีปอเมริกา
ทำได้อย่างไรมาดูกัน....


>>>--Meditation Center of Texas 
       ศูนย์สาขาของวัดพระธรรมกายในอเมริกา ที่มีสาธุชนทั้งชาวไทยและชาวพื้นเมือง มาปฏิบัติธรรมศึกษาธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก...


>>.........<<


>>>--พระอาจารย์ประจำศูนย์วัดพระธรรมกายเท็กซัส ได้เล่าให้ทีมงานได้ปลื้มๆ ว่า....
    //Texas เป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทย การเดินทางมาที่ศูนย์นั้น ใช้เวลาเดินทางนานกว่า 10 ชั่วโมง\\ 


>>.........<<


//สาธุชนบางท่านจึงไม่สามารถมาที่ศูนย์ได้ทุกวัน ส่วนมากจะมาเจอกันได้ ก็จะเป็นวันอาทิตย์ หรือเฉพาะมีพิธีกรรมงานบุญสำคัญๆเท่านั้น...


>>.........<<


>>---สาธุชนที่นี่ ส่วนใหญ่จะมีทั้งชาวไทยและชาวลาว และมีชาวท้องถิ่นด้วย คนที่นี่จะรักพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยมากๆ เวลาทางส่วนกลาง มีโครงการอะไรมา อย่างเช่น ช่วงที่ช่วยกันปกป้องหลวงพ่อ ทางศูนย์ก็ทำเป็นศูนย์แรก หรือจะเป็นการภาวนา "สัมมาอะระหัง" ยอดรวมมากกว่าแสนครั้งต่อวัน , ทำการบ้านหัตถ์สวรรค์ทุกวัน และปัจจุบันสวดธัมมจักฯ ทุกวัน  เพราะรู้สึกว่า สิ่งนี้เป็นการช่วยพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ พวกเขาก็จะรีบทำ และทำกันอย่างเต็มที่...


>>.........<<


>----ในช่วงนี้ มีนโยบายจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ให้สวดธัมมจักฯ 2 ล้านจบ ทุกคนที่นี่ดีใจมากๆ และยินดีพร้อมที่จะทำ เพราะอยากช่วยหลวงพ่อฯ แต่เนื่องจากบ้านอยู่ห่างจากศูนย์มากๆ การเดินทางของบางท่านใช้เวลาขับรถมากกว่า 10 ชั่วโมง ดังนั้นส่วนใหญ่จึงสวดกันที่บ้าน แต่จะมารวมตัวกันสวดธัมมจักฯ ที่ศูนย์เฉพาะในวันอาทิตย์ 


>>.........<<


   //พระอาจารย์จึงใช้วิธี แจกไฟล์เสียงและสมุดบทธัมมจักฯให้กลับไปสวดที่บ้าน ทุกวันหลังจากสวดธัมมจักฯ เสร็จแล้ว แต่ละคนจะส่งยอดการสวดมาทางไลน์กลุ่มของวัดพระธรรมกายเทกซัส  


>>.........<<


  //เมื่อใครที่ส่งยอดมาแล้ว พระอาจารย์ก็จะส่งการ์ดธรรมะโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ กลับไปให้ เพื่อเป็นกำลังใจ ทำให้สาธุชนที่อยู่ห่างไกลกันได้รู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้กันด้วยการสื่อสารออนไลน์ สาธุชนจึงรู้สึกมีกำลังใจที่จะสวดธัมมจักฯ เป็นประจำทุกๆ วัน... 


ส่งยอดผ่านไลน์กลุ่ม

การ์ดธรรมะโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ


>>.........<<



>>>--แรกๆ สาธุชนจะสวดกันคนละ 1 รอบ พอพระอาจารย์ได้เริ่มนำยอดการสวดของแต่ละคนมาจัดลำดับใส่ในตาราง แล้วส่งให้พวกเขาดูเป็นประจำ ทำให้สาธุชนเขาอยากจะมีอยู่ชื่อตัวเองติดอยู่ในอันดับด้วย แต่ละคนจึงค่อยเพิ่มรอบสวดเรื่อยๆ จนทุกวันนี้สวดได้อย่างน้อยคนละ 10 รอบ เป็นปกติ จึงถือว่าวิธีการนี้เป็นการกระตุ้นและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนในทีม และช่วยกันสวดให้ได้เยอะๆ เพื่อที่จะได้ช่วยหลวงพ่อฯ...


ตารางบันทึกบุญ ศูนย์เท็กซัส





>>.........<<


>>---สาธุชนที่มาทำบุญที่ศูนย์นั้น จะปลื้มกับการสวดธัมมจักฯ มาก เพราะพวกเขารู้สึกว่า เหมือนได้ช่วยพระเดชพระคุณหลวงพ่อจริงๆ อีกทั้งพวกเขาสวดกันแล้ว มีความสุขทุกครั้ง ชีวิตการทำงานดีขึ้น บางท่านทำให้ครอบครอบครัวมีความสุขและมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตมากมาย...


>>.........<<



>>>>>สุดท้ายนี้ ทางทีมงานแอดมิน ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆจากพระอาจารย์และอยากเชิญชวนชาวพุทธทั้งที่เมืองไทย และชาวพุทธทั่วโลก มร่วมกันสวดธัมจักให้ครบ2ล้านจบ\\ 


>>//ตัวอย่างจากวักพระธรรมกายเท็กซัส แม้จะอยู่ไกลถึงต่างแดนและเมืองใหญ่กว่าประเทศไทย ยังตั้งใจมาสวดธัมมจักฯ  โดยตั้งใจมาสวดที่ศูนย์ในวันอาทิตย์และในวันธรรมดายังสวดทุกวันที่บ้าน ซึ่งไกลจากศูนย์ถึง10ชั่วโมง เพื่อสานฝันพ่อให้สำเร็จ พร้อมส่งใจข้ามทวีปมายังพระมหาธรรมกายเจดีย์ และพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย 
//ส่วนพวกเราที่อยู่ในประเทศไทยนั้น ถือว่าโชคดีมีบุญ ที่สามารถมาสวดที่วัดได้ เพราะฉะนั้นเราต้องมาสวดธัมมจักฯ ที่หน้าเจดีย์กันเยอะๆ นะครับ มาร่วมสานฝันพระพ่อให้เป็นจริงกันนะครับ.....



>>********<<




วัดพระธรรมกายเท็กซัส
Meditation Center of Texas (MCTX)

1011 Thannisch Dr., Arlington, TX 76011
เจ้าอาวาส: พระมหาประภาส ปภาโส
โทรศัพท์: +(1)-817-275-7700, (+1-817) 795-5468
E-mail :meditationtexas@gmail.com
Facebook : Meditation Center of Texas
เว็บไซต์: www.dhammakayatexas.us

ผมไม่เคยสนใจเลยว่าใครจะมาเป็นพระสังฆราช
เพราะผมคิดว่า ไม่น่ามีผลอะไรกับชีวิตผมอยู่แล้ว


จนกระทั่งเกิดกรณีพุทธอิสระ บุกวัดปากน้ำ
นำสิ่งของ ทั้งรองเท้า กางเกงในและผ้าอนามัย ไปถวายสมเด็จช่วง
ที่ตอนนั้น เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และยื่นเรื่องฟ้องร้อง
เรื่อง รถหรูหรือรถโบราณ กับDSI



และ DSI ก็รีบดำเนินการเผด็จศึกให้ได้ในทันที
จนมาเป็นเหตุให้ เกิดการหยุดยั้งการแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ที่ 20


คำถามในใจของผม คือ
ทำไม คนชั่ว ถึงได้ออกมาขัดขวางการแต่งตั้งพระสังฆราช?


ผม งง มากกว่า การเป็นพระสังฆราชของสมเด็จช่วง มันไปเหยียบตาปลาของคนพาลยังไง?
ถึงได้ออกมาดิ้นกันเป็นแถว


ถ้าชาวพุทธ นิ่งดูดาย เรื่องนี้ อาจ เสียใจภายหลัง
เพราะ คนพาล ขยันกว่า มีอำนาจมากกว่า


แต่ถ้า ชาวพุทธ รวมพลังกัน ไม่นิ่งดูดาย ก็เหมือน ฝูงแกะที่สามารถสู้กับหมาป่าได้

จากที่ผมไม่เคยใส่ใจว่า ใครจะมาเป็นพระสังฆราช

แต่ตอนนี้ พุทธอิสระทำให้ผมรู้แล้วว่า เราควรรีบให้ สมเด็จช่วง เป็นพระสังฆราชโดยเร็ว

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)


อยากรู้ความจริงเรื่องคดีรถโบราณสมเด็จช่วง : http://specialcasestudy.blogspot.com/2016/07/blog-post_6.html